Bookmark and Share Add to Favorites  
ค้นหาสินค้า
ผลิตภัณฑ์ของเรา
ยากำจัดหนู สะตอม
ยากำจัดแมลง ไซเพอร์การ์ด 25 อีซี.
กรดอินทรีย์ ลูโปรมิกซ์ เอ็นซี
เมนูหลัก

เคล็ดลับการกินไม่ต้องอดก็ผอมได้

 การอดอาหารแบบจริง ๆ จัง ๆ อาจไม่ได้ทำให้คุณสาว ๆ ผอมได้สมใจ แต่การเลือกกินให้ถูกต้องต่างหากล่ะ จะช่วยคืนความผอมเพรียวให้คุณได้ แถมยังช่วยให้คุณดูผอมอย่างคนมีสุขภาพดีมากกว่าการอดอาหารด้วย ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดจะอดอาหาร หรือชอบกินโดยไม่คิด ก็ถึงเวลาที่ต้องลุกมาปฏิวัติตัวเองด้วยการรู้จักกินให้เป็นแล้วล่ะ ! 

 1. ปริมาณสำคัญกว่าสิ่งที่กิน

          ถ้าอยากผอมคุณไม่จำเป็นต้องอดอาหารเลยนะ เพราะการศึกษาพบว่า การกินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งไม่ได้ทำให้คุณอ้วนหรอก แต่มันขึ้นอยู่กับปริมาณที่คุณทานต่างหาก ต่อให้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพถ้าสวาปามจนพุงกาง กินแบบไม่ยั้งคิด อย่างไรเสียก็ต้องอ้วนอยู่ดีล่ะค่ะ


 2. กินแค่พอ แต่ขออย่ากินจนอิ่ม

          เห็นอาหารจานบิ๊กไซส์วางอยู่ตรงหน้าก็ไม่ได้หมายความว่าให้คุณกินเข้าไปจนหมดจานนะ แต่ขอให้ทานจนรู้สึกพอแล้ว คือไม่อยากกินอีกแล้ว แม้จะยังรู้สึกไม่อิ่มก็ตาม เพราะถ้าคุณฝืนกินจนอิ่มแปล้ อาหารที่เกินความต้องการจะทำให้คุณอ้วน แต่ถ้าไม่รู้ว่าต้องกินแค่ไหนถึงเรียกว่าพอแล้ว ก็ลองใช้เทคนิคกินไปหนึ่งคำก็วางช้อนหนึ่งที พอจะกินอีกคำก็ค่อยยกช้อนขึ้นมาใหม่ พอกินหมดคำนั้นก็วางช้อนอีก วิธีนี้จะทำให้คุณเคี้ยวอาหารได้ละเอียดขึ้น กินข้าวได้ช้าลง ทำให้สมองสั่งการคำว่า "พอ" เพื่อให้คุณหยุดได้ทันเวลา
 

สลัดผัก
 


 3. กินสลัดผัก หรือซุปก่อนอาหารจานหลัก

          อีกหนึ่งวิธีที่ทำให้คุณไม่ต้องทานอาหารมากเกินไปก็คือ ก่อนจะทานอาหารจานหลักทุกครั้ง แนะนำให้ทานสลัดผัก (ซึ่งควรจะเป็นสลัดน้ำใสนะ) หรือซดน้ำแกงเสียก่อน เพราะจะทำให้คุณรู้สึกไปอิ่มแล้วครึ่งหนึ่ง และจะทำให้กินอาหารจานหลักได้น้อยลง


 4. ในจานต้องมีผักครึ่งหนึ่ง

          ไม่ว่าจะสั่งอะไรมาทานให้จำไว้เลยว่าในจานนั้นต้องมีผักเป็นส่วนประกอบอยู่ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง เพราะผักนั้นเปี่ยมไปด้วยไฟเบอร์ หรือเส้นใยอาหารและน้ำที่จะช่วยเติมเต็มกระเพาะอาหารของคุณให้อิ่มเร็วขึ้น โดยไม่ต้องทานอาหารจนหมดจาน


 5. สั่งไซส์เล็ก พอหายอยาก

          เดินผ่านร้านขายขนมเค้ก ไอศกรีม หรือร้านขายกาแฟทีไรก็อดใจไว้ไม่ไหวเสียทุกครั้ง อยากจะเข้าไปสั่งมาลิ้มชิมรสเสียจริง แต่ติดอยู่ที่เรากำลังไดเอตอยู่จะทำอย่างไรดี... ดีใจเถอะค่ะถ้าเราจะบอกว่าไม่ว่าจะเป็นเค้กสีสวย ไอศกรีมเย็น ๆ หรือกาแฟหอม ๆ คุณสามารถสั่งมาทานได้ ถ้าห้ามใจตัวเองไม่ไหวจริง ๆ แต่ !!!! ต้องสั่งไซส์เล็กที่สุดเท่านั้น เพื่อที่คุณจะได้ทานให้น้อยที่สุด อ้อ...แล้วไม่จำเป็นต้องทานให้หมดนะคะ เพราะบางทีคุณแค่อยากชิมเท่านั้นแหละ เมื่อได้ชิมนิด ๆ หน่อย ๆ ก็น่าจะพอใจแล้วเนอะ


 6. เมื่อออกไปทานนอกบ้าน ให้เหลืออาหารไว้บ้าง

          ไม่จำเป็นต้องทานหมด เพราะร้านอาหารส่วนใหญ่มักเสิร์ฟอาหารในปริมาณที่มากกว่าปกติอยู่แล้ว ถ้าเกิดเราเสียดายว่าต้องจ่ายแพงเลยทานจนหมด เท่ากับว่าเราทานอาหารมากกว่าปกติ ทีนี้ก็อ้วนอย่างมิต้องสงสัย ดังนั้น ควรเหลือไว้สัก 1/4 ในปริมาณอาหารทั้งหมดน่าจะดีกว่า อย่าเสียดายเลย
 

 


 7. ดื่มน้ำให้เยอะ ๆ

          บางคนอาจไม่รู้ตัวเองว่ากำลังหิวอยู่จริง ๆ หรือกำลังกระหายน้ำกันแน่ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนก็ควรดื่มน้ำมาก ๆ ตามคำแนะนำก็คือวันละ 8 แก้วเป็นอย่างน้อย เพื่อดับความกระหาย นอกจากนี้ถ้าคุณรู้สึกหิว ก็ให้ลองดื่มน้ำดูว่าดีขึ้นไหม ถ้าดื่มน้ำไปแล้วดีขึ้น ก็แสดงว่าคุณไม่ได้หิว แต่แค่กระหายน้ำมากกว่า

 8. เลิกกินไป ดูทีวีไป

          การดูทีวีจะทำให้สมาธิของคุณจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ปรากฏหน้าจอมากกว่าที่จะรับรู้ว่าตัวเองหยิบอะไรเข้าปากไปแล้วบ้าง ซึ่งนี่จะทำให้คุณกินเพลินอย่างไม่รู้ตัว แต่ถ้าคุณกำลังดูทีวีอยู่แล้วหิวจริง ๆ ขอให้เลือกพวกผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์มากินแทนอาหารไม่มีประโยชน์ทั้งหลาย เพราะถ้าเป็นผักผลไม้จะกินเยอะแค่ไหน ก็คงไม่มีใครว่าหรอก

 9. หาอะไรรองท้อง ก่อนไปปาร์ตี้

          จะว่าไปงานปาร์ตี้ก็เป็นกับดักล่อให้คุณตกหลุมพรางความอ้วนดี ๆ นี่เอง เพราะในงานที่มีของกินน่าทานไปหมดแบบนี้ ยิ่งอยู่ใกล้ใครล่ะจะอดใจไหว แต่ถ้าคุณกำลังไดเอตอยู่ก็ต้องห้ามใจตัวเองด้วยการหาอะไรทานรองท้องก่อนไปงาน โดยอาจจะทานถั่วสักหนึ่งกำมือ หรือทานผลไม้สักนิดสักหน่อยก็ได้ เมื่อไปงานปาร์ตี้คุณก็จะได้ทานน้อย ๆ เพราะอิ่มกับของว่างที่บ้านมาแล้ว

 10. พกของว่างติดกระเป๋า

          ความหิวมันไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ นะ บางทีเราก็หิวมากจนทนไม่ไหว แทบอยากจะหาอะไรที่ขวางหน้าขวางตามาทานให้ได้ แต่อย่าให้เกิดเรื่องเช่นนี้กับคุณเด็ดขาด ถ้ารู้ว่าตัวเองต้องหิวระหว่างวันแน่ ๆ ให้พกของว่างใส่กระเป๋าไว้เลย อาจจะเลือกผลไม้ สแน็กบาร์ สแน็กที่ทำจากถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง หรือเมล็ดทานตะวันไว้เคี้ยวเล่น ๆ ก็ได้ รองท้องสักคำสองคำเพื่อบอกให้ท้องหยุดร้องเสียที
 

 



 11. ระวังเครื่องดื่มด้วย

          ใครว่าเครื่องดื่มไม่มีแคลอรี่ คิดแบบนี้ผิดถนัดเลยล่ะ เพราะถ้าไม่ใช่น้ำเปล่าแล้ว ไม่ว่าคุณจะดื่มอะไรเข้าไปก็ล้วนแล้วแต่เพิ่มแคลอรี่ส่วนเกินให้เราทั้งนั้น โดยเฉพาะน้ำผลไม้ที่ดูน่าจะเป็นเครื่องดื่มสุดแสนจะเฮลตี้ แต่ขอบอกว่าน้ำผลไม้ที่ไม่ได้คั้นเองสด ๆ เป็นเครื่องดื่มที่ผสมน้ำเชื่อมและน้ำตาลมหาศาลมาก เผลอ ๆ มากกว่าน้ำอัดลมอีกนะ ถ้าอยากผอมหันมองน้ำเปล่าดีที่สุด !

 12. จัดเวลาสักหนึ่งวันกินมังกันดีกว่า

          เดี๋ยวนี้หลายคนใช้วิธีนี้กันมากขึ้น ก็คือกำหนดให้วันใดวันหนึ่งของเดือน หรือของสัปดาห์นั้นเป็นวันที่จะงดเนื้อสัตว์โดยเด็ดขาด ซึ่งบางคนอาจจะเลือกแค่กินอาหารมังสวิรัติ คือยังสามารถกินนม กินไข่ได้อยู่ เพื่อให้ได้รับโปรตีน แต่ถ้าใครเคร่ง ๆ หน่อยจะเปลี่ยนจากมังสวิรัติเป็นกินเจไปเลยก็ได้ คือในวันนั้นห้ามแตะเนื้อสัตว์เลย กินแต่ผักผลไม้ คาร์โบไฮเดรต รับโปรตีนและไขมันจากอาหารประเภทถั่วแทน วิธีนี้จะช่วยให้คุณทานผักได้เยอะขึ้น แถมยังไม่ต้องรับไขมันจากสัตว์เข้าสู่ร่างกายด้วย

 13. เลี่ยงสีขาว เป็นมิตรกับโฮลเกรนดีกว่า

          อาหารประเภทแป้งนี่ก็เป็นตัวร้ายที่ทำให้รอบเอวคุณขยายได้ แต่เราคงเลี่ยงไม่ได้หรอกจริงไหม ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดี ลองเปลี่ยนจากอาหารจำพวกแป้งขัดขาวมาเป็นพวกธัญพืชที่ไม่ขัดสีจะดีมากเลย เช่น เปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวซ้อมมือ เปลี่ยนจากขนมปังขาวเป็นขนมปังโฮลวีท ซึ่งจะช่วยให้คุณอิ่มได้นานกว่า เพราะมีเส้นใยอาหารมาก นอกจากจะช่วยให้อิ่มแล้วยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แถมยังมีวิตามิน แร่ธาตุสูงกว่าพวกแป้งขาว ๆ ด้วย ขณะที่แป้งขัดขาวเมื่อกินเข้าไปแล้วจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลเร็วมาก ๆ ถ้าคุณไม่เบิร์นออก มันก็จะสะสมไว้จนกลายเป็นความอ้วน
 


 


 14. ต้องทานอาหารเช้า

          ถ้าจะให้เลือกอดอาหารสักมื้อ เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เลือกอดมื้อเช้ามากกว่ามื้อเย็นแน่ ๆ เพราะตอนเช้ากว่าจะตื่นนอน อาบน้ำแต่งตัว ฝ่าดงรถติดไปทำงาน แทบจะไม่มีเวลานั่งชิล ๆ กินข้าวเช้าแน่นอน ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนจำนวนนี้ขอให้เปลี่ยนความคิดใหม่ด่วน ๆ เลย เพราะงานวิจัยทั่วโลกเขายืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า อาหารเช้านี่แหละดีที่สุดแล้ว และไม่ควรงดเด็ดขาด ! เพราะอาหารเช้าจะช่วยเร่งระบบเผาผลาญในร่างกายของคุณให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น แถมยังช่วยป้องกันไม่ให้คุณหิวจนตาลายในระหว่างวัน แล้วจะยิ่งทำให้คุณกินไม่ยั้งด้วย

 15. จิบชาเขียวระหว่างวัน 

          การดื่มชาเขียวหรือชาอู่หลง (ที่ไม่เติมน้ำตาลลงไป) จะช่วยกระตุ้นให้ระบบการเผาผลาญพลังงานของคุณดีขึ้น เพราะภายในชาเขียวเต็มไปด้วยสารประกอบที่ช่วยเพิ่มสารออกซิเดชั่น แถมยังช่วยทำให้นอนหลับง่ายขึ้นด้วย แต่ต้องเป็นชาเขียวแท้ ๆ เท่านั้น ไม่นับรวมชาเขียวพร้อมดื่มที่มีน้ำตาลผสมอยู่ในขวดนะจ๊ะ

 16. อยู่ห่าง ๆ จากสารให้ความหวาน

          ความหวานมันช่างเอร็ดอร่อยเสียนี่กระไร แต่พิษร้ายที่แฝงอยู่ก็คือโรคอ้วนที่แอบตามมาอยู่ห่าง ๆ ดังนั้น รีบบอกลาสารให้ความหวานทั้งหลายให้เร็วที่สุด เพราะสารพวกนี้นอกจากจะทำให้คุณอวบอ้วนแล้ว ยังทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้อีกต่างหาก ถ้าอยากจะเติมความหวานให้ใช้น้ำตาลทรายแทน หรือจะเลือกใช้น้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อมเมเปิลแทนก็ดี แต่ก็ไม่ควรกินเยอะเช่นกัน เพราะแม้จะเป็นน้ำตาลทราย แต่แค่ 1 ช้อนชา ก็ให้พลังงานตั้ง 16 แคลอรี่นะ
 

 


 17. อย่าหยิบขนมกินจากในถุง

          พวกสแน็กทั้งหลายเช่น มันฝรั่งทอด ถั่วต่าง ๆ คุณยังสามารถทานได้ (บ้าง) เพื่อกลบความอยาก แต่ถ้าไม่อยากให้ขนมเหล่านี้มากระเทือนแผนไดเอตของคุณ ขอให้คุณเทขนมเหล่านั้นลงในถ้วยหรือจานในปริมาณที่เราจะกินแล้วมัดถุงขนมเก็บซะ ! ถ้าจะกินก็หยิบจากในจานมาทานดีกว่า เพราะไม่เช่นนั้นถ้าคุณหยิบเอาหยิบเอาจากถุง คุณก็จะหยิบขนมไปเรื่อย ๆ จนเผลอทานจนหมดนั่นแหละ 

 18. เคี้ยวช้า ๆ ห่างไกลความอ้วน
 
          งานวิจัยหลายแห่งยืนยันตรงกันว่าการเคี้ยวช้า ๆ และเคี้ยวอย่างละเอียดจะช่วยทำให้คุณอยู่ห่างไกลจากความอ้วนได้ เพราะโดยปกติแล้วกว่าจะสมองจะสั่งการให้เราหยุดกินก็ต้องใช้เวลาสักพักหนึ่ง คือประมาณ 15-20 นาทีขึ้นไป ถ้าเราเคี้ยวช้า ๆ กินไปได้แค่นิดเดียวก็จะทันเวลาที่สมองสั่งให้หยุดพอดี แต่ถ้าเคี้ยวเร็วกินเร็ว คุณก็คงกินหมดจาน เผลอ ๆ กินขนมต่อได้อีกหลายชิ้น ก่อนที่สมองจะบอกให้ "พอ" ทีนี้คุณท้องของคุณก็อิ่มเกินไปแล้วล่ะ
 

 


 19. ปิดปากให้สนิทหลังมื้อเย็น

          เมื่ออิ่มอร่อยกับมื้อเย็นไปแล้ว จำไว้ว่าอย่าหยิบอะไรมาทานอีก ไม่ว่าจะเป็นขนม นม น้ำผลไม้ แครกเกอร์ โยเกิร์ต อะไรก็ตามที่มีแคลอรี่ เพราะแคลอรี่จะให้พลังงานกับเรา ซึ่งแน่นอนว่าเรากำลังจะเข้านอนแล้ว จะต้องการพลังงานไปทำไมล่ะ ยกเว้นเสียแต่ว่าหิวจริง ๆ หิวจนทนไม่ไหวก็อนุญาตให้ทานผลไม้ได้เล็ก ๆ น้อย ๆ 

 20. หยุดกินทุกอย่าง 3 ชั่วโมงก่อนนอน

          กะเวลาให้เหมาะว่าเราจะนอนเวลาไหน ถ้าปกติคุณเข้านอนตอน 22.00 น. ก็ควรจะหยุดหาอะไรเข้าปากตั้งแต่ 19.00 น. เป็นต้นไป เพื่อให้อาหารได้ย่อยให้หมดก่อนล้มตัวลงนอน จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องกรดไหลย้อนและโรคอ้วนตามมา  

ข้อมูลจาก health.kapook.com