Bookmark and Share Add to Favorites  
ค้นหาสินค้า
ผลิตภัณฑ์ของเรา
ยากำจัดหนู สะตอม
ยากำจัดแมลง ไซเพอร์การ์ด 25 อีซี.
กรดอินทรีย์ ลูโปรมิกซ์ เอ็นซี
เมนูหลัก

เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายต้านมะเร็ง

 เพิ่มภูมิคุ้มกันต้านมะเร็ง (ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง)

          หากร่างกายแข็งแรง โรคมะเร็งหน้าไหนก็ไม่สามารถทำร้ายสุขภาพของเราได้ แต่ถ้าเราเป็นคนที่ระบบภูมิคุ้มกันไม่ดีนัก เพียงแค่เชื้อโรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจทำให้คุณป่วยจนเป็นกิจวัตรได้แล้ว เพราะฉะนั้น ถึงเวลาที่เราจะต้องมาเสริมภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง เป็นด่านป้องกันโรคมะเร็งเสียที

ระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างไร

          ระบบภูมิคุ้มกันทำหน้าที่เสมือนกองทัพที่ปกป้องร่างกาย ส่วนใหญ่อยู่ในระบบทางเดินน้ำเหลืองและกระแสเลือด ระบบทางเดินน้ำเหลืองประกอบด้วยโครงข่ายของท่อน้ำเหลืองซึ่งลำเลียงของเหลวจากช่องว่างระหว่างเซลล์กลับเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต นอกจากนี้ ยังมีต่อมน้ำเหลือง ม้าม และต่อมไทมัส ซึ่งต่างก็ผลิตลิมโฟไซต์อันเป็นเซลล์ที่คอยตรวจจับ ทำลาย และกำจัดสารแปลกปลอม จุลินทรีย์ และเซลล์มะเร็งทั้งหลาย

          ลิมโฟไซต์มี 2 ชนิด ได้แก่ บีเซลล์และทีเซลล์ บีเซลล์ซึ่งถูกผลิตโดยม้ามจะขับสารต้านเชื้อแปลกปลอม ขณะที่ทีเซลล์ซึ่งถูกผลิตในต่อมไทมัสสามารถทำลายสิ่งแปลกปลอมได้โดยตรง ในร่างกายยังมีเซลล์พิฆาตตามธรรมชาติ (เอ็นเคเซลล์) ซึ่งทำหน้าที่ต่อสู้และกำจัดสิ่งแปลกปลอมโดยเฉพาะเซลล์มะเร็งทันที

          เซลล์เม็ดเลือดขาวที่พบในเลือดประกอบด้วย ฟาโกไซต์และลิมโฟไซต์ มีบทบาทสำคัญในการทำลายแบคทีเรียที่มารุกราน รวมทั้งกำจัดเนื้อเยื่อที่ตายและถูกทำลายลง ระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดต้องมีดุลยภาพสมบูรณ์ ดังนั้น แม้ว่าระบบภูมิคุ้มกันจะมีหน้าที่หลักในการทำลายสิ่งแปลกปลอม แต่ก็อาจจะยอมให้สารที่ร่างกายเราต้องการ เช่น อาหาร ผ่านเข้ามาได้
 

ออกกำลังกาย
 


 ศัตรูของระบบภูมิคุ้มกัน
    
          อวัยวะและเซลล์ทั้งหลายของระบบภูมิคุ้มกันต้องการสารอาหารบางประเภทเพื่อช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล ตัวอย่างเช่น อินเตอร์เฟียรอน อันเป็นสารต้านไวรัสและมะเร็งที่ถูกขับออกมาโดยเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย ต้องการวิตามินซีสำหรับการผลิตไลโซไซม์ซึ่งเป็นเอนไซม์ต้านแบคทีเรียที่พบในของเหลวในร่างกาย เช่น น้ำตา เลือด ต้องการวิตามินเอ ดังนั้น หากอาหารที่ไม่มีคุณภาพจะบั่นทอนระบบภูมิคุ้มกันให้อ่อนแอโดยทันที 

          ศัตรูอื่น ๆ ของระบบภูมิคุ้มกันได้แก่ ความเครียด การสูบบุหรี่ การบริโภค แอลกอฮอล์ และคาเฟอีนมากเกินไป น้ำตาล ยา สารปรุงแต่อาหาร ยาฆ่าแมลง มลพิษ การขาดการออกกำลังกาย และการนอนหลับไม่เพียงพอ 

 สัญญาณของภูมิคุ้มกันต่ำ
    
          ระบบภูมิคุ้มกันที่ด้อยประสิทธิภาพจะส่งสัญญาณให้เห็นได้ในเวลาไม่นาน เป็นเรื่องปกติที่คนเราส่วนใหญ่จะเป็นหวัดกันปีละครั้งสองครั้ง แต่ภูมิคุ้มกันที่ถดถอยจะทำให้เราเปราะบางต่อเชื้อหวัดหรือเชื้อไข้ต่าง ๆ และอาจทำให้เราติดเชื้อได้บ่อยครั้ง สัญญาณอื่น ๆ ของภูมิคุ้มกันที่ไร้ประสิทธิภาพได้แก่ ระบบการย่อยผิดปกติ ความอ่อนล้า อาการปวดตามข้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง และผิวพรรณที่หมองคล้ำ

          ระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่สมดุลยังอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ และอาหารเป็นพิษ เพราะเมื่อพบสารที่เป็นตัวกระตุ้น ระบบภูมิคุ้มกันจะเข้าจู่โจมในทันที จากนั้นจะขับสารฮิสตามินและสารอื่น ๆ เพื่อขับไล่สิ่งที่มันมองว่าเป็นผู้รุกราน จึงส่งผลให้เกิดอาการไม่พึงปรารถนาต่าง ๆ ได้
 

อาหารเพื่อสุขภาพ



 อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน
    
          ในการรักษาเซลล์และอวัยวะสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงและอยู่ในภาวะสมดุล เราจำเป็นต้องรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง 

           วิตามินซี : ระบบภูมิคุ้มกันทั้งหมดต้องอาศัยวิตามินซีในการทำงาน ดังนั้น ควรรับประทานอาหารที่มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระชนิดนี้สูง ซึ่งผลไม้และผักส่วนใหญ่ก็มีวิตามินซีสูงอยู่แล้ว
   
           วิตามินเอ : เป็นสารต้านไวรัสที่ทรงพลัง และช่วบบำรุงต่อมไทมัส วิตามินเอพบได้ใน ตับ ผลิตภัณฑ์จากนม ปลาที่มีไขมันดีสูง น้ำมันตับปลา รวมทั้งเบต้าแคโรทีนในพืชผักซึ่งร่างกายจะเปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอได้ 
  
           วิตามินบี : สำคัญต่อการทำงานของฟาโกไซต์ (เซลล์เม็ดเลือดขาว)  พบในข้าวกล้อง ธัญพืช
   
           วิตามินอี : เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอานุภาพและช่วยกระตุ้นการผลิตแอนติบอดี
  
           แคลเซียม : ช่วยเซลล์ฟาโกไซต์ในการทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอม พบในผลิตภัณฑ์จากนม 
   
           ซีลีเนียม : จำเป็นต่อการผลิตแอนติบอดี

           ธาตุเหล็ก : เสริมสร้างภูมิต้านทานโดยรวม

           สังกะสี : ช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของทีเซลล์ 

          ** แร่ธาตุส่วนใหญ่พบใน เมล็ดพืช ถั่วเปลือกแข็ง และผักเขียว

          นอกจากนี้ โปรตีนเป็นสิ่งจำเป็นต่อภูมิต้านทานที่เข้มแข็ง เนื่องจากร่างกายต้องใช้โปรตีนในการผลิตเซลล์ต่าง ๆ รวมทั้งแอนติบอดี และเอนไซม์ของระบบภูมิคุ้มกัน โปรตีนประกอบด้วยกรดอะมิโนที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของภูมิคุ้มกัน ตัวอย่างเช่น กรดอะมิโนกลูตาไธโอน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและสารล้างพิษที่สำคัญ ผู้คนส่วนใหญ่ขาดโปรตีน เราจึงจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงเป็นปริมาณมาก เช่น ถั่ว เมล็ดพืช เนื้อ และปลา

          สารอาหารที่สำคัญชนิดอื่น ๆ ได้แก่ ใยอาหาร ที่พบได้ในเมล็ดข้าวต่าง ๆ ผลไม้ และผัก จำเป็นต่อระบบการย่อย ช่วยทำให้ลำไส้สะอาดป้องกันการสะสมของสารพิษ และช่วยป้องกันการแพร่พันธุ์ของแบคทีเรียที่อันตราย ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน มีความสำคัญเนื่องจากมีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 สูง ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโดยรวม จึงควรรับประทานถั่ว เมล็ดพืช และปลาที่มีไขมันดีมาก

          ผักใบเขียว เช่น บรอกโคลีและกะหล่ำปลี มีสารคุณค่าพืชผักที่เรียกว่า กลูโคซิโนเลต ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็งที่มีฤทธิ์สูง แตงโม เกรปฟรุตสีชมพู และมะเขือเทศ มีปริมาณไลโคปีนสูง ซึ่งเป็นสุดยอดสารอาหารต้านมะเร็งอีกชนิดหนึ่ง ขณะที่ผลไม้จำพวกเบอร์รี เช่น สตรอว์เบอร์รี บลูเบอรี ราสเบอร์รี มัลเบอร์รี มีสารต้านการอักเสบแอนโทไซยานิน และกรดเอลลาจิกที่สามารถช่วยลดการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง
 


 


 ขั้นตอนอื่นในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

           การออกกำลังกายมากขึ้นจะกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลืองในเซลล์ภูมิคุ้มกันทั้งร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยนำออกซิเจนไปสู่อวัยวะต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องไปฟิตเนส เพียงทำตัวกระปรี้กระเปร่าอยู่เสมอ และเดินเร็ววันละครึ่งชั่วโมงก็พอ

           การมีทัศนคติที่ดีต่อชีวิต และการมีสังคมที่ดีก็ไม่ควรมองข้าม งานวิจัยจำนวนมากพบว่า การหัวเราะ การมองโลกในแง่ดี และการพูดคุยเรื่องขำขันกับเพื่อน สามารถเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้

           การนอนหลับอย่างเพียงพอก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน 

           การรับแสงแดดก็เป็นเคล็ดลับในการกระตุ้นอารมณ์และภูมิคุ้มกัน 

           โยคะ ชี่กง และการนั่งสมาธิสามารถลดความเครียด และช่วยผ่อนคลาย จึงมีส่วนช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันเช่นกัน

ข้อมูลจาก health.kapook.com